อาการปวดเรื้อรัง: กัญชาและบุหรี่อาจเปลี่ยนวิธีที่สมองรับรู้ความเจ็บปวดหรือไม่?

การฝังเข็ม, TCM, บทความ

Written by

Dr. Kate Boonyakiat

Published on

กันยายน 16, 2026

📌 ในการทำงานในคลินิก อาการปวดเป็นหนึ่งในสาเหตุที่พบบ่อยที่สุดที่ทำให้คนไข้มาพบเรา คนไข้ส่วนใหญ่อาการดีขึ้นเมื่อได้รับการรักษาที่เหมาะสม แต่ก็มีคนไข้บางกลุ่มที่ยังคงมีอาการปวดและควบคุมอาการได้ยาก แม้ว่าเราจะพยายามรักษาอย่างเต็มที่แล้วก็ตาม และบางครั้ง สิ่งที่ทำให้ความปวดยังคงอยู่ อาจไม่ได้เกิดจากสาเหตุเดิมเพียงอย่างเดียว

เมื่อเราลองซักประวัติและดูรายละเอียดมากขึ้น พบว่าคนไข้บางรายสูบบุหรี่ค่อนข้างมาก และใช้กัญชาเป็นประจำหรือในปริมาณค่อนข้างสูง แต่ไม่ได้หมายความว่าบุหรี่หรือกัญชาจะเป็นสาเหตุที่ทำให้การรักษาไม่ได้ผลเสมอไป เพราะอาการปวดเรื้อรังเป็นภาวะที่มีหลายปัจจัยเข้ามาเกี่ยวข้อง อย่างไรก็ตาม พฤติกรรมเหล่านี้อาจเป็นหนึ่งในปัจจัยที่เราควรนึกถึง โดยเฉพาะในคนไข้ที่อาการปวดยังไม่ดีขึ้นเท่าที่ควร

กัญชากับการรับรู้ความปวด

กัญชา โดยเฉพาะ THC มีผลต่อสมองและระบบประสาทผ่านตัวรับที่เรียกว่า CB1 receptors ซึ่งเกี่ยวข้องกับการรับรู้ความปวด อารมณ์ และระบบรางวัลของสมอง ดังนั้นการใช้กัญชาจึงสามารถเปลี่ยนแปลงวิธีที่สมองรับรู้และตอบสนองต่อความปวดได้

ในระยะสั้น กัญชาอาจช่วยเปลี่ยนการรับรู้ความปวด และในบางคนอาจช่วยลดอาการปวดได้ แต่เมื่อใช้บ่อยหรือใช้ต่อเนื่องเป็นเวลานาน ระบบประสาทก็อาจเกิดการปรับตัวต่อสาร cannabinoids ซึ่งอาจส่งผลให้ระบบประสาทตอบสนองต่อความปวดแตกต่างไปจากเดิม

งานวิจัยในมนุษย์โดยใช้ PET imaging พบว่า คนที่ใช้กัญชาเป็นประจำทุกวันเป็นเวลานาน อาจมีจำนวนหรือความพร้อมในการทำงานของ CB1 receptors ลดลงในบางบริเวณของสมองที่เกี่ยวข้องกับความปวด และการเปลี่ยนแปลงนี้อาจดีขึ้นได้บางส่วนหลังหยุดใช้กัญชา ข้อมูลนี้จึงชี้ให้เห็นว่า สมองมีการปรับตัวเมื่อได้รับกัญชาอย่างต่อเนื่องเป็นเวลานาน

🎯 คำถามสำคัญคือ การใช้กัญชาในปริมาณมากและต่อเนื่องเป็นเวลานาน อาจทำให้ระบบประสาทตอบสนองต่อความปวดแตกต่างไปจากเดิมหรือไม่?

หลักฐานทางคลินิกบางส่วนก็ชี้ให้เห็นถึงความเป็นไปได้นี้ โดยงานวิจัยในปี 2023 ใช้การทดสอบที่เรียกว่า cold-pressor test ซึ่งเป็นการให้ผู้เข้าร่วมแช่มือในน้ำเย็นจัด เพื่อดูว่าร่างกายสามารถทนต่อความเจ็บปวดจากสิ่งกระตุ้นนี้ได้นานเพียงใด ผลการศึกษาพบว่า ผู้ที่ใช้กัญชาเป็นประจำทุกวันมีความทนต่อความเจ็บปวดได้น้อยกว่าผู้ที่ไม่ได้ใช้กัญชาทุกวัน ขณะที่กลุ่มที่ใช้ทั้งกัญชาและยาสูบร่วมกันมีระยะเวลาทนต่อความเจ็บปวดจากการทดสอบสั้นที่สุด อย่างไรก็ตาม งานวิจัยนี้เป็นการศึกษาเชิงสังเกต จึงยังไม่สามารถสรุปได้ว่า กัญชาหรือยาสูบเป็นสาเหตุโดยตรงที่ทำให้ความทนต่อความเจ็บปวดแตกต่างกัน

แล้วการสูบบุหรี่จัดเกี่ยวข้องกับอาการปวดอย่างไร?

นิโคตินก็มีผลต่อระบบประสาทที่เกี่ยวข้องกับความปวดเช่นกัน ในช่วงแรก นิโคตินอาจช่วยลดความรู้สึกปวดได้ชั่วคราว แต่เมื่อได้รับนิโคตินอย่างต่อเนื่องเป็นเวลานาน ระบบประสาทอาจเกิดการปรับตัว และทำให้การตอบสนองต่อความปวดเปลี่ยนไปจากเดิม

งานวิจัยพบว่าการสูบบุหรี่มีความสัมพันธ์กับอาการปวดเรื้อรังของกล้ามเนื้อและกระดูก ขณะเดียวกัน งานวิจัยในห้องทดลองยังชี้ว่า การได้รับนิโคตินเป็นเวลานานอาจส่งผลต่อวงจรประสาทในสมองที่เกี่ยวข้องกับความปวด โดยเฉพาะบริเวณ VTA และ ACC ซึ่งมีบทบาทสำคัญทั้งในการรับรู้ความปวดและความรู้สึกทางอารมณ์ที่เกิดขึ้นร่วมกับความปวด

พูดง่าย ๆ คือ ผลของนิโคตินต่อความปวดอาจเปลี่ยนไปตามระยะเวลา แม้ในช่วงแรกอาจรู้สึกว่านิโคตินช่วยลดความปวดได้ แต่ไม่ได้หมายความว่าการสูบบุหรี่ต่อเนื่องในระยะยาวจะช่วยให้อาการปวดเรื้อรังดีขึ้น

เมื่อใช้กัญชาร่วมกับการสูบบุหรี่

สำหรับคนไข้ที่ใช้ทั้งกัญชาและสูบบุหรี่ในปริมาณมากเป็นประจำ สถานการณ์อาจมีความซับซ้อนมากขึ้น เพราะสารทั้งสองชนิดมีผลต่อระบบต่าง ๆ ในสมองที่เกี่ยวข้องกับ ความพึงพอใจและระบบรางวัล (reward system), ความเครียด และการควบคุมความปวด และเมื่อได้รับสารเหล่านี้ซ้ำ ๆ ต่อเนื่องเป็นเวลานาน ระบบประสาทก็อาจเกิดการปรับตัว หรือที่เรียกว่า neuroadaptation ได้

หลักฐานในปัจจุบันพบความสัมพันธ์ระหว่างการใช้กัญชา การสูบบุหรี่ และอาการปวด แต่ยังไม่มีข้อมูลเพียงพอที่จะสรุปว่าการใช้ทั้งสองอย่างร่วมกันทำให้การรักษาอาการปวดไม่ได้ผลโดยตรง ความสัมพันธ์นี้อาจเกิดขึ้นได้ทั้งสองทาง เพราะในขณะที่คนที่มีอาการปวดเรื้อรังอาจหันมาใช้กัญชาหรือสูบบุหรี่มากขึ้น การใช้สารเหล่านี้ต่อเนื่องเป็นเวลานานก็อาจส่งผลต่อการทำงานของระบบประสาทและการรับรู้ความปวดได้เช่นกัน

การแยกให้ออกว่าอะไรเป็นสาเหตุ และอะไรเป็นปัจจัยที่เกี่ยวข้อง จึงมีความสำคัญในการดูแลคนไข้

แล้วเราควรมองและวางแผนการรักษาอย่างไร?

เมื่ออาการปวดยังคงอยู่แม้ได้รับการรักษาอย่างเหมาะสมแล้ว เราอาจต้องมองให้กว้างขึ้น ไม่ได้มุ่งดูเพียงสาเหตุของอาการปวดที่พบในตอนแรกเท่านั้น

เราอาจต้องซักประวัติเรื่องการสูบบุหรี่และการใช้กัญชาให้ละเอียดขึ้น ไม่ใช่เพียงถามว่าใช้หรือไม่ แต่ควรดูด้วยว่าใช้ในปริมาณเท่าไร บ่อยแค่ไหน ใช้มานานเท่าไร และอาการปวดเปลี่ยนแปลงอย่างไรหลังใช้ นอกจากนี้ยังควรพิจารณาปัจจัยอื่น ๆ ร่วมด้วย เช่น การนอนหลับ ความเครียด อารมณ์ การเคลื่อนไหวร่างกาย และพฤติกรรมในชีวิตประจำวัน

สำหรับคนไข้บางราย การรักษาเพียงสาเหตุของอาการปวดที่พบในตอนแรกอาจยังไม่เพียงพอ เราอาจต้องดูแล กลไกอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องกับความปวดร่วมด้วย เราอาจต้องดูแลภาวะที่ระบบประสาทไวต่อความปวดมากขึ้น หรือที่เรียกว่าcentral sensitization ร่วมด้วย

🌿 ในจุดนี้ การวางแผนการรักษาหลายรูปแบบร่วมกัน หรือ multimodal approach แนวทางนี้ช่วยให้เราวางแผนการรักษาได้ครอบคลุมและเหมาะกับคนไข้แต่ละรายมากขึ้น ทั้งการใช้ยา การฟื้นฟูร่างกาย การปรับการนอนและพฤติกรรม การดูแลด้านอารมณ์ รวมถึงการให้ความรู้และเทคนิคที่ช่วยลดปัจจัยที่ทำให้ความปวดยังคงอยู่

เป้าหมายจึงไม่ใช่เพียงการบอกให้คนไข้หยุดสูบบุหรี่หรือหยุดใช้กัญชา แต่คือการทำความเข้าใจว่าพฤติกรรมเหล่านี้เกี่ยวข้องกับอาการปวดและการรักษาอย่างไร และร่วมกันวางแผนการดูแลที่เหมาะสมและทำได้จริงสำหรับคนไข้แต่ละคน

Related Articles

shoulder pain
Dr. Kate Boonyakiat
|
สิงหาคม 19, 2026

Shoulder Pain: Do We Really Need to Know Which Structure Is Causing the Pain?

การฝังเข็ม, บทความ, ฝังเข็ม

A recent review by Haas, Ibounig, and Buchbinder in JAMA Internal Medicine, Management of Shoulder…

uterus-brain axis
Dr. Kate Boonyakiat
|
กรกฎาคม 6, 2026

จาก เป้ากง "Bao Gong" (胞宮) สู่ แกน มดลูก–สมอง

การฝังเข็ม, TCM

When the Uterus Is More Than a Reproductive Organ For decades, the uterus has largely…

neckpain
Dr. Kate Boonyakiat
|
พฤษภาคม 16, 2026

ทำไมอาการปวดคอเรื้อรังในผู้สูงอายุ ถึงไม่ได้ดีขึ้นทันทีเสมอไป

การฝังเข็ม, Cupping

Many patients ask: “Will acupuncture fix my neck pain in just a few sessions?” 📌…